• Sat. May 21st, 2022

ประวัติความเป็นมา ปอล ป็อกบา นักเตะฟรีเอเยนต์

ByEditor

May 5, 2022

ประวัติ ‘ปอล ป็อกบา’ กองกลางค่าตัวแพงที่กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์

        ปอล ป็อกบา เกิดวันที่ 15 มีนาคม 1993 ที่ ลาญี-ซูร์-มาร์น ประเทศฝรั่งเศส เป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวชาวกินี โดยคุณพ่อฟัสซู อองตวน, คุณแม่ยีโอ รวมถึงพีชายฝาแฝดของเขา ทั้ง ฟลอร็องแต็ง และ มัทธีอัส ป็อกบา เคยอาศัยอยู่ที่ประเทศกินี ก่อนที่เขาจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศฝรั่งเศส โดยลูกชายทั้ง 3 คน ของครอบครัวป็อกบา ต่างเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งในที่สุด พี่ชายทั้ง 2 คนของเขา ได้ลงเล่นให้กับ ทีมชาติกินี ขณะที่ ปอล ได้ลงเล่นให้กับ ทีมชาติฝรั่งเศส

        ในปี 1999 ปอล ได้เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนัง ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 6 ขวบ โดยเขาได้เข้าร่วมทีม รัวซี-อ็อง-บรี สโมสรในฝรั่งเศส ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิด โดย ปอล เล่นให้ต้นสังกัดแรกอยู่ 7 ปี ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทัพ กับ ทีม ตอร์ซี่ ในปี 2006 ซึ่งเขาได้ถูกเลือกให้เป็นกัปตันทีมชุดอายุไม่เกิน 13 ปีของสโมสร และ 1 ปีให้หลัง ป็อกบา ในวัย 14 ปี ได้ย้ายไปร่วมทีม เลอ อาฟวร์ เป็นที่ที่เขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 2 ปีที่อยู่สโมสรแห่งนี้ จนไปเข้าตาทีมดังหลายทีมในยุโรป

         อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม 2009 ป็อกบา ได้ย้ายเข้าร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ โดยได้ลงเล่นให้กับทีมชุด U18 เป็นเกมแรก ในวันที่ 10 ตุลาคม 2009 ในแมตช์ที่ ปีศาจแดง เอาชนะ ครูว์ อเล็กซานดร้า 2-1 ซึ่งในซีซั่นแรกที่อังกฤษ เขาได้ลงสนามไปทั้งหมด 21 นัด และ ได้ยิงไป 7 ประตู

         ต่อมา ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2011 ป็อกบา ได้เป็นหนึ่งในสี่ของดาวรุ่ง ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ โดยเขามีรายชื่อในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 กับ คราวลีย์ ทาวน์ ซึ่ง ปอล ได้รับเสื้อหมายเลข 42 อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดน้ำหอม และยังคงเล่นในทีม U18 ก่อนที่จะพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2010/11 ร่วมกับเพื่อนซี้อย่าง เจสซี่ ลินการ์ด

        จากนั้น เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2012 เขาได้มีโอกาสลงสนามในศึก พรีเมียร์ลีก ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรก ในฐานะตัวสำรอง โดยลงเล่นแทนที่ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือ ชิชาริโต้ ในนาทีที่ 72 ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ 2-0  แต่ทว่าสุดท้ายในฤดูกาลดังกล่าว ป็อกบา ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ไปเพียงแค่ 7 เกมเท่านั้น 

        ด้วยโอกาสการลงสนามที่ไม่มากนักในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้ ป็อกบา ในวัย 19 ปี จึงเลือกเดินออกจากโรงละครแห่งความฝัน และหลังจากที่เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม แต่แล้วก็เป็น “ม้าลาย” ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ที่ได้แข้งดาวรุ่งอนาคตไกล ไปร่วมทัพแบบฟรีๆ ในเดือนกรกฎาคม 2012 โดยเซ็นสัญญายาว 4 ปี

        ป็อกบา ได้โอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และเขากลายเป็นกำลังหลักของ ยูเว่ ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นและพรสวรรค์ของเขา พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝีเท้าของเขาเริ่มเฉิดฉาย จนกลายเป็นที่ยอมรับ มีชื่อเสียงไปทั่วเวทียุโรป โดยเขาสามารถพา ยอดทีมแห่งเมืองตูริน คว้า สคูเด็ตโต้ หรือแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ได้ 4 สมัยซ้อน ในช่วงปี 2012-2016 อีกทั้งยังคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ได้อีก 2 สมัย รวมถึงพาทีมเข้ารอบชิง ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนที่จะคว้ารองแชมป์ หลังพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า 1-3 ในซีซั่น 2014/2015

        จนกระทั่ง ในวันที่ 8 สิงหาคม 2016 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจดึงตัว ปอล ป็อกบา กลับไปยังถิ่นเก่าเดิมอีกครั้ง ด้วยค่าตัวสูงที่สุดเป็นสถิติโลก ณ ขณะนั้น ที่ 89 ล้านปอนด์ ได้ทำลายสถิติเดิมของ แกเร็ธ เบล ที่ เรอัล มาดริด ทุ่มทุนซื้อจาก สเปอร์ส ด้วยมูลค่า 85 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2013 ซึ่งแม้ว่าตอนนี้สถิติโลก ได้ถูก เนย์มาร์ ทำลายลงไปแล้ว หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้คว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 222 ล้านยูโร หรือราวๆ 198 ล้านปอนด์ในปีต่อมา แต่ทว่า ป็อกบา ก็ยังคงเป็นเป็นแข้งที่มีค่าตัวสูงที่สุดของเกาะอังกฤษ มาจนถึงทุกวันนี้

        ป็อกบา ได้กลับมายังเมืองแมนเชสเตอร์ ในซีซั่นเดียวกับที่ โจเซ่ มูรินโญ่ เข้ารับงานเป็นกุนซือที่นั่นพอดี โดยดาวเตะฝรั่งเศสได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของปีศาจแดงทันที ก่อนที่เขาจะสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ และ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ได้ตั้งแต่ปีแรกที่กลับมา แต่ทว่าต่อมา ผลงานของเขาก็เริ่มไม่สม่ำเสมอไม่คงที่ รวมถึงยังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังตกเป็นข่าวว่า เขามีปัญหาไม่ลงรอยกับ มูรินโญ่ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชื่นชอบในทัศนคติของเขา นอกจากนั้น เขายังโดนแฟนบอลบางกลุ่มโจมตีว่า เขาไม่ทุ่มเทให้ทีมเท่าที่ควร

        แต่อย่างไรก็ตาม อนาคตของสตาร์วัย 27 ปี กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ในช่วงซัมเมอร์ปี2019 แต่เมื่อมีกระแสข่าวว่า เขาอาจต้องการย้ายออกจากทีม แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังคงอยู่กับทีมต่อไป ก่อนที่จะมาได้รับบาดเจ็บหนักในช่วงต้นฤดูกาล 2019/2020 จนต้องพักไปยาวหลายเดือน จนกระทั่ง ศึกลูกหนังของอังกฤษ เข้าได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน 2020 หลังจากต้องหยุดพักไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ป็อกบาจึงได้กลับมาลงเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ อย่าง บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่ได้เข้ามายกระดับการเล่นให้กับทีม จนทำให้ทีมคว้าอันดับ 3 ในลีกได้สำเร็จ

         หลังจากนั้นมา ป็อกบา ก็ได้ถูกแฟนบอลยูไนเต็ด โจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องฟอร์มการเล่นและความทุ่มเทในการลงเล่น จนมีแฟนบอลบางกลุ่มเรียกร้องให้ กองกลางฝรั่งเศสรายนี้จึงได้ย้ายอีกจากทีม โดยสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา จะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2022 และเจ้าตัวตัดสินใจยังไม่ต่อสัญญาออกไป เนื่องจากต้องการดูก่อนว่า กุนซือคนใหม่ของทางปีศาจแดงนั่นจะเป็นใคร หลังจาก รังนิก เข้ามาเป็นกุนซือชั่วคราวแทนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

         แต่อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ก็สามารถย้ายทีมไปที่ไหนก็ได้ เนื่องจากตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีข่าวกับทั้ง ยูเวนตุส, เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป ต่างก็ให้ความสนใจในตัวเขาคงต้องมารอดูกันอีกทีว่า เขาจะไปลงเอยอยู่กับทีมไหน